<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยังไม่ผ่อนคลาย&#039;พื้นที่สีแดงเข้มงวดสูงสุด &#039;ให้นั่งกินอาหารในร้าน  ชงอนุญาตให้เฉพาะบางพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ส.ค.64 - นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวการปรับมาตรการป้องกันโควิด19 ในสถานประกอบการ ว่า การยกระดับมาตรการป้องกันโควิด19 จะพิจารณาให้เปิดสถานประกอบการ ร้านอาหาร กีฬากลางแจ้ง และการเดินทางข้ามจังหวัดที่จำเป็นในบางพื้นที่ แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด โดยจะมีนำเสนอให้ ศบค.ได้พิจารณาและจะประกาศยืนยันวันเริ่มผ่อนมาตรการอีกครั้งพรุ่งนี้(27 ส.ค.64) สำหรับมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมเข้มงวดสูงสุดสีแดงเข้มไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดเบื้องต้นการผ่อนคลายมาตรการสถานประกอบการ ร้านอาหารในระบบปิด จะสามารถนั่งทานในร้านได้ประมาณ 50% และปิดร้านในเวลา 2 ทุ่ม ซึ่งจะเป็นรูปแบบการแนะนำบังคับโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม แบ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลัก 1.ระดับบุคคล หรือผู้ที่เข้ารับบริการจะต้องปฏิบัติตามมาตรการ &amp;nbsp;Universal Prevention หรือ การป้องกันเชื้อโควิด19 แบบครอบจักรวาล เป็นการป้องกันตนเองระดับสูง 2.ระดับองค์กร ที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ เรียกว่า COVID Free Program &amp;nbsp;จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.สภาพแวดล้อมของสถานประกอบการหรือร้านอาหาร(COVID Free Environment) จะต้องมีการเว้นระยะห่าง ระบบระบายอากาศ สุขอนามัย สะอาดปลอดภัย โดยเฉพาะสถานประกอบการระบบปิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า 2.ผู้ประกอบการ/พนักงาน หรือผู้รับบริการที่จะต้องอยู่ภายในสถานประกอบการ(COVID Free personnel) จะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 โดส หากเคยติดเชื้อจะต้องหายพ้นระยะการแพร่เชื้อแล้วมากกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน และมีการตรวจ ATK ในทุกสัปดาห์ แต่หากมีอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากอาจจะต้องตรวจทุก 3 วัน ร่วมไปถึงการปฏิบัติร่วมกับมาตรการ DMHTA ทั้งนี้ในส่วนลูกค้าหากต้องเข้ารับบริการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จะต้องมีการแสดงบัตรเขียว(Green Card) เพื่อแสดงว่าได้รับวัคซีนครบ 2 โดส หรือบัตรเหลือง( Yellow Card) แสดงตนว่าเคยติดเชื้อหายแล้วมากกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน เพื่อแสดงตนว่ามีภูมิคุ้มกัน หรือมีการตรวจ ATK ในทุกสัปดาห์ โดยมีอายุการใช้งาน 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในกรณีที่เข้ารับบริการหากไม่มีทั้งบัตรเขียวหรือเหลือง ก็จะต้องได้รับการตรวจ ATK จากที่ตรวจเองที่บ้าน แต่จะต้องซื่อสัตย์ด้วย หรือที่สถานประกอบการ &amp;nbsp;หากพบว่าผลเป็นลบ ทางผู้ประกอบการจะออกบัตรเหลืองให้เพื่อยืนยันการเข้ารับบริการ และ3.จะต้องมีการกำกับติดตามประเมินผลจาก สธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ กล่าวถึงแนวทางการนำ ATK มาใช้ที่ทางร้านอาหารว่า ทางร้านอาหารหรือสถานประกอบการจะนำมาให้บริการนั้นอาจจะฟรี หรือคิดค่าบริการประมาณ 30-50 บาท หรือทางลูกค้าจะซื้อมาตรวจเองก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะในอนาคตรัฐจะมีการนำเข้าก็จะสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูก ทั้งนี้การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวในร้านอาหาร ก็จะเกิดต้นแบบที่จะใช้เป็นมาตรฐานต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114630</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ผ่อนคลายร้านอาหาร, พื้นที่สีแดงเข้มงวดสูงสุด, ศบต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61274c53dddb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซิโนแวค&#039;มาแล้ววันนี้ 1 ล้านโดส คาด 3 วัน ก็ฉีดหมด สั่งเติมอีก 2 ล้านโดสเข้ามาปลาย มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และในฐานะประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวว่า วันนี้เมื่อเวลา 05.30 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ องค์การเภสัชกรรมได้รับวัคซีนโควิด 19 ของซิโนแวคจากประเทศจีน จำนวน 1 ล้านโดส ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตรวจรับรองรุ่นการผลิต และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะตรวจใบรับรองการผลิตจากจีน เมื่อเรียบร้อยจะกระจายจัดส่งตามแผนต่อไป โดยปัจจุบันมีการนำเข้าวัคซีนซิโนแวคแล้ว 10 ล็อต รวม 7.5 ล้านโดส ส่วนในปลายเดือนมิถุนายนนี้จะรับวัคซีนซิโนแวคเข้ามาเพิ่มอีก 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนจำนวนมากพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การจัดสรรวัคซีนเป็นไปตามสูตรและแผนที่ ศบค.กำหนด โดยบริหารจัดการวัคซีนให้สอดคล้องกับศักยภาพการฉีดของแต่ละจุด ความต้องการของประชาชน และจำนวนวัคซีนที่มี เพื่อให้การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ฉีดได้วันละประมาณ 4 แสนโดส หากคิดเฉพาะวัคซีนซิโนแวค 1 ล้านโดสที่ได้มาวันนี้ จะใช้เวลาเพียง 3 วันก็ฉีดหมดแล้ว จึงจะมีการเจรจาจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105938</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, ซิโนแวค, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1e17913b4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ห่วงสายพันธุ์อินเดีย เล็ดลอดตามชายแดน เผย11 วันจับได้ลักลอบเข้าไทย 1,218 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11 พ.ค.64- &amp;nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียรายแรก โดยตรวจพบในสถานที่กักกันตัวที่รัฐกำหนด (State Quarantine : SQ) ซึ่งผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นหญิงชาวไทย อายุ 42 ปี เดินทางมาจากประเทศปากีสถาน ไปต่อเครื่องที่ดูไบ และมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา โดยกักตัวที่ SQ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &amp;nbsp;จึงส่งตัวอย่างเพื่อตรวจเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ผลการตรวจสายพันธุ์พบว่าเป็นสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617.1) จึงได้ส่งต่อผู้ป่วยจาก SQ ไปดูแลรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการตรวจพบสายพันธุ์อินเดียในครั้งนี้ เป็นการตรวจพบในสถานที่กักกันตัวที่รัฐกำหนด (SQ) สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามระบบที่วางไว้ และทุกคนที่เข้ามาก็จะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ทำให้ตรวจพบได้เร็วและเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างทันท่วงที และจะดูแลรักษาจนปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเป็นวงกว้างและระบาดในประเทศไทย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รายละเอียดของเชื้อดังกล่าวมีจำกัด และยังไม่ทราบว่ามีการดื้อวัคซีนมากแค่ไหน การแพร่กระจายของเชื้อเป็นอย่างไร รวมถึงมีความรุนแรงของโรคเพียงใด เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ &amp;nbsp;ดังนั้น มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคลจึงยังเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า กรณีเดินทางเข้าประเทศไทยทางอากาศ ได้มีมาตรการสำหรับคนต่างชาติที่มาจากประเทศอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และเนปาล โดยมีการชะลอชั่วคราวการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย หรือ certificate of entry (COE) &amp;nbsp; ทำให้คนต่างชาติยังไม่สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ แต่กรณีคนไทยที่กลับจากประเทศดังกล่าวจะได้เข้าสู่ระบบการกักตัวใน SQ ตามมาตรการที่วางไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งสามารถช่วยให้ตรวจจับโรคได้เร็วและป้องกันเชื้อแพร่กระจายในวงกว้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรื่องที่น่าห่วงในช่วงนี้คือบริเวณพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจมีการลักลอบข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายและอาจนำเชื้อสายพันธุ์อื่นเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ผลการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองและการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยผิดกฎหมาย เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2564 (ข้อมูล ณ 11 พฤษภาคม 2564) มีการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1,218 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาและชาวกัมพูชา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นผู้ที่ลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่โดยเร็ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102532</URL_LINK>
                <HASHTAG>#แนวชายแดน, #โควิดสายพันธุ์อินเดีย, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ประเทศเพื่อนบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_609663942a557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายพันธุ์อังกฤษแรงจริงๆ สธ.สั่งให้ยาฟาวิพิราเวียร์ผู้ติดเชื้อเร็วขึ้น กันปอดอักเสบ เพิ่มจากวันละ1หมื่นเม็ดเป็น 2 หมื่นเม็ด สั่งซื้อเพิ่มอีก 2ล้่านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือโรคโควิด 19 และการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 กับผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์มีการติดเชื้อไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;มากกว่าครึ่งสามารถรับมือและควบคุมได้ มีประมาณ 20 จังหวัดที่มีการระบาดมาก ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่อดทนและเสียสละ ร่วมกันทำงานเพื่อควบคุมโรค ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งโรคนี้หากควบคุมได้อย่างรวดเร็วจะลดการติดเชื้อลงได้ รวมทั้งจากการใช้มาตรการควบคุมโรคและมาตรการทางสังคมต่างๆ คาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะเริ่มเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ เนื่องจากส่วนใหญ่การระบาดเป็นสายพันธุ์ใหม่คือ สายพันธุ์ B 1.1.7 หรือสายพันธุ์อังกฤษ จึงต้องดูแลผู้ติดเชื้อ 14 วัน จากเดิมที่ดูแลผู้ติดเชื้อเพียง 10 วัน ทำให้ผู้ติดเชื้อแต่ละคนต้องใช้เตียงนานขึ้น ประกอบกับมีข้อมูลปรากฏว่า การระบาดรอบนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนว่าผู้ติดเชื้อมีอาการมาก คนไข้หนักก็เริ่มเห็นมากขึ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมเตียงไอซียู โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำคู่มือการประเมินความพร้อมในด้านต่างๆ เป็นแนวปฏิบัติให้ทุกโรงพยาบาลได้สำรองและเตรียมอุปกรณ์/ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไว้อย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 เดิมเรามีประมาณ 6-7 แสนเม็ด ถือว่ามีเยอะ เนื่องจากขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อน้อย แต่ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น นักวิชาการหลายคนเห็นว่าควรให้ยาเร็วขึ้นเพื่อลดอาการปอดอักเสบ จึงทำให้มีการใช้ยาเพิ่มมากขึ้นไปอีก จากการใช้วันละไม่กี่เม็ด เพิ่มเป็นวันละ 2 หมื่นเม็ด ขณะนี้ได้สั่งซื้อยามาอีก 2 ล้านเม็ดเพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว กระจายยาอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดยา และสั่งซื้อยาฉีดเรมดิซีเวียร์เพิ่มเช่นกัน&amp;rdquo; นพ. เกียรติภูมิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ. เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องวัคซีนโควิด 19 จำเป็นต้องมีการปรับแผนการฉีดตามสถานการณ์ &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงการระบาดความสำคัญอยู่ที่บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าต้องได้รับวัคซีน 100% ในวันที่ 21 เมษายนนี้ จะกระจายวัคซีนซิโนแวคล็อต 1 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าประมาณเกือบ 6 แสนโดส หรือประมาณ 3 แสนคน เร่งรัดการฉีดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 25 เมษายนนี้ จะทำให้การฉีดวัคซีนภาพรวมของประเทศไทยเกิน 1 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ และให้เร่งการฉีดวัคซีนทั้งเข็มแรกและเข็มที่สองในกลุ่มเสี่ยงในทุกจังหวัดด้วยเช่นกัน หากทำได้อย่างรวดเร็วจะส่งวัคซีนลงไปสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีวัคซีนที่จะเข้ามาอีก 5 แสนโดสในวันที่ 24 เมษายนนี้ และกำลังเจรจานำเข้ามาอีก 1 ล้านโดส จากนั้นจะเป็นการฉีดวัคซีนล็อตใหญ่ของแอสตร้าเซนเนก้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
sora168
123fox
galaxyauto
agen108
bonus99
68g
wy88
58bet
tw2x
y2k168</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100110</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ฟาวิพิราเวียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607eaf59e1a57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกสธ.ก่อนออกข้อกำหนดเข้มช่วงสงกรานต์ จนท.ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโดยรอบทำเนียบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมหารือกับตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข​ โดยมีเกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์การเผยแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 รวมทั้งการออกข้อกำหนดยกระดับมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 โดยเฉพาะการให้ปิดสถานบันเทิงจำนวน 41 จังหวัด
ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเช้า ศบค.ชุดเล็กนำโดย พล.อ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขา ฯสมช.ได้มีการหารือกัน ก่อนนำข้อสรุป เสนอต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ลงนามในข้อกำหนดต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเวลา 10.00 น. นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ได้ประสานชุดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19 เข้าทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ และอบโอโซน ห้องทำงานรัฐมนตรี และส่วนต่าง ๆ ของตึกบัญชาการ 1 เช่น ห้องทำงาน พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนา​ยกรัฐมนตรี​ รวมถึงห้องปฏิบัตงานของสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98891</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบคุมโควิด-19, ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fd00aa71df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภาพ&quot;ปลัดสธ.- ทีมอาจารย์แพทย์ &quot;ประชุมทางไกล ถกรับมือสถานการณ์โควิดระลอก3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8เม.ย.64- นายแพทย์เกียรติภูมิ &amp;nbsp;วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ (IC), นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร, &amp;nbsp;ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, นพ.โสภณ &amp;nbsp;เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ประชุมระบบทางไกล (VDO Conference) กับผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ถึงความคืบหน้าสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19 &amp;nbsp;(COVID-19) ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2564 ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร &amp;nbsp;ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98765</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.อุดม คชินทร, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ศ. นพ.ประสิทธิ์ วัีฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e9852bbf8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมปิด รพ.สนาม สมุทรสาคร 7แห่ง หลังผู้ติดเชื้อลดฮวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11มี.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการติดตามการบริหารจัดการและสถานการณ์โควิด 19 ใน จ.สมุทรสาคร ว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ใน จ.สมุทรสาคร มีแนวโน้มที่ดีขึ้น สามารถควบคุมได้ มาจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไป ทั้งการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก การเฝ้าระวังเชิงรุก มาตรการ Bubble and Seal ในโรงงานขนาดใหญ่ มีพนักงานรวม 50,474 คน พบการติดเชื้อร้อยละ 10 โดยได้นำผู้ติดเชื้อไปอยู่ในสถานที่กักกันจนปลอดเชื้อ และมีการตรวจหาภูมิคุ้มกันเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันแล้ว รวมถึงมาตรการ DMHT ได้แก่ เว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และการคัดกรองอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสถานที่ต่างๆ ทำให้สามารถจำกัดการระบาดได้ ส่งผลให้ช่วงนี้พบผู้ติดเชื้อโดยเฉลี่ย 30-50 รายต่อวัน จึงเริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;รวมถึงลดจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสนาม จากเดิมต้องใช้ดูแลผู้ติดเชื้อที่เป็นแรงงานต่างชาติ ปัจจุบันเริ่มว่างลงมาก มีการใช้งานจริง 120 เตียง ทำให้มีเตียงที่ไม่ได้ใช้งานเกินความจำเป็น จึงได้หารือกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในการวางแผนปิดโรงพยาบาลสนามจำนวน 7 แห่ง จำนวน 2,227 เตียง จากทั้งหมด 10 แห่ง รวม 4,127 เตียง เพื่อให้นำสถานที่ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ตามปกติ ส่วนอีก 3 แห่ง รวม 1,900 เตียงสำรองไว้เผื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หากไม่มีความจำเป็นต่อการใช้งานจะมีการปิดเพิ่มซึ่งต้องดูตามสถานการณ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ. เกียรติภูมิ กล่าวต่อว่า ในส่วนวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 จ.สมุทรสาคร ยังเป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศที่จะได้รับวัคซีนในล็อตต่อๆ ไป เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้ภาคเศรษฐกิจของจังหวัดกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว จากการที่ จ.สมุทรสาคร ได้รับวัคซีนจากซิโนแวค ล็อตแรกจำนวน 70,000 โดส เพื่อฉีดให้กับประชาชนเป้าหมาย 35,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์-9 มีนาคม 2564) ฉีดไปแล้ว9,583 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 27.4 ซึ่งจะติดตามกลุ่มเป้าหมายให้มารับวัคซีนตามนัดหมายให้ครบ 100% &amp;nbsp;ภายใน 3 สัปดาห์ พร้อมวางแผนการฉีดวัคซีนและกำหนดกลุ่มเป้าหมายสำหรับล็อตต่อไปทั้งจาก แอสตร้าเซนเนก้า และจากซิโนแวค เพื่อให้มีการฉีดครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งจังหวัด จึงขอให้ประชาชนที่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลให้มารับการฉีดวัคซีนตามวันและเวลาที่นัดหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95691</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, รพ.สนาม, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_60497f156e034.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
